หูฟังมีสาย เสียงดี และ เบสหนัก สำหรับใช้กับมือถือ แจ๊ค 3.5mm

หลายคนกำลังมองหาหูฟังเสียงดีและก็มีคำถามว่าหูฟังรุ่นไหนดี  ในฐานะที่ซื้อหูฟังราคาไม่แพงมาลองหลายๆรุ่นมาก ก็พบความจริงว่าอย่าคาดหวังกับหูฟังราคาถูกมากเกินไปเพราะราคามีผลต่อคุณภาพของหูฟัง ควรอ่านรีวิวจากหลายๆแหล่งก่อนที่จะซื้อและถ้าได้ลองฟังก่อนซื้อจะดีมาก ถ้าลองฟังไม่ได้ก็ใช้วิธีอ่านรีวิวแทนก็พอได้  สำหรับคำถามหูฟังแบบไหนดี หูฟัง bluetooth หรือหูฟังมีสาย   หูฟัง bluetooth เวลาเล่นโทรศัพท์มันจะไม่เกะกะแต่ต้องชาร์จแบตและต้องพกเคสของมันด้วย อายุการใช้งานจำกัดด้วยอายุการใช้งานของแบตเตอรี่ซึ่งก็หลายปีกว่าแบตจะเสื่อม  ส่วนหูฟังมีสายพกพาสะดวกกว่าใส่กระเป๋าเสื้อได้สบาย ๆ  การดูแลรักษาน้อยกว่า ไม่ต้องกังวลเรื่องแบตหมดแถมอายุการใช้งานถ้ารักษาดีๆจะใช้งานได้นานกว่าหูฟังบลูทูธ     โทรศัพท์จำนวนมากก็ยังใช้หูฟังมีสายและจะยังนิยมใช้ไปอีกนาน


วันนี้จะแนะนำหูฟังมีสาย  เสียงดี  และ  เบสหนัก จากการลองฟังหลายรุ่น   มาลงตัวและพบว่า  SONY  MDR-EX155AP ให้เสียงที่น่าพอใจด้วยราคาไม่แพง     เพียง  990 บาท  รุ่น   MDR-EX155AP  มีสีดำ   สีขาว   สีชมพู และสีเขียว ราคาระดับนี้หลายคนสามารถเป็นเจ้าของได้ไม่ยาก เพราะเมื่อเทียบกับหูฟังบลูทูธต้องราคาระดับ  2-3 พันจึงจะได้เสียงดี

SONY  MDR-EX155AP

SONY  MDR-EX155AP
                                                                    SONY    MDR-EX155AP


ตัวหูฟังออกแบบมาให้เข้าหูและเกาะหูดีมากใส่เข้าไปแล้วรู้สึกสบายเหมือนไม่ได้ใส่ เพราะมันเบาและกระชับพอดีจริงๆ  Small Size  ใส่นานๆได้สบาย  ที่แจ๊ค 3.5mmก็เป็นแบบงอ 90 องศาช่วยให้ใส่กระเป๋ากางเกงได้สะดวกมาก  เรื่องเสียงให้เสียงเบสหนัก เสียงชัด Driver ขนาด 9mm 

หูฟังเสียงดี และ หูฟังเบสหนัก SONY WF-XB700 เล่าให้ฟังหลังใช้เอง (NO รีวิว)

หลายคนกำลังหาหูฟังเสียงดี เบสหนัก  เป็นคนชอบหูฟังแนวเบส  ปกติจะชอบเดินผ่านร้านขายหูฟังและช๊อปของ Sony ตามห้าง  เห็นหูฟังไร้สาย   SONY WF-XB700  EXTRA BASS  ดูจากเชื่อแล้วน่าลองมาก  ความรู้สึกหลังจากใช้งานมาแล้วหลายเดือนจะเล่าให้ฟัง  เรื่องเสียงที่ได้และการใช้งานอื่นๆด้วย

หูฟังไร้สาย  SONY  WF-XB700


หูฟังรุ่นนี้มีให้เลือกสีดำกับสีน้ำเงิน เวลาสวมใส่ส่วนที่เป็นยางซิลิโคนและส่วนวงรีท่อนกลางจะเข้าไปข้างในเบ้าหูพอดี    ส่วนที่โผล่ออกมาให้คนอื่นเห็นคือท่อนทรงรีชิ้นสุดท้ายที่มีข้อความ Sony ดูแล้วโดดเด่นและเข้ากับทรงรูหูพอดี    ดูแล้วสวยงามมากเวลาคนอื่นมองมาจะเห็นมันได้สัดส่วนเขากับใบหูแบบลงตัว

-   ปุ่มกด ใช้งานง่ายและสั่งงานได้เปะมาก เพิ่มเสียง  ลดเสียง หยุดเพลง เล่นเพลง บางครั้งแอบรู้สึกว่ามันใช้งานง่ายและเปะกว่าแบบระบบสัมผัสเสียอีก ปุ่มกดอยู่ด้านล่างเวลากดจึงไม่ได้ดันเข้าไปในรูหู
-   การเชื่อมต่อสัญญาณดีมาก   ถอดออกมาจากเคสจะเชื่อมต่อกับโทรศัพท์ทันทีและเดินเล่นฟังเพลงตามห้างตามร้านกาแฟสัญญาณไม่หลุดเลย   ( มีสะดุดบ้างเล็กน้อยซึ่งมีน้อยครั้งที่เจอเหตุการณ์นี้นานๆเจอ)
-   การพกพาสะดวกมาก  เนื่องจากเคสมันเป็นทรงกระบอกและวงรี ทำให้มันโค้งเข้ากับแนวโค้งของกางเกงได้พอดี  จะใส่กระเป่าเสื้อก็ใส่ได้พอดีเช่นกัน
-   การเกาะหู  เกาะหูดีและรูสึกได้ว่ามันบาลานซ์น้ำหนักได้ดีเวลาสวมใส่

หูฟังไร้สาย  SONY  WF-XB700
                                 หูฟังไร้สาย  SONY  WF-XB700 ใช้สายชาร์จ  Type  C 


-   แบตเตอรี่ อึดมากหายห่วงชาร์จ 1 ครั้งใช้ได้ 9 ชั่วโมงและรวมกับชาร์จในเคสได้อีก 9 ชั่วโมง  รวมชั่วโมงทั้งหมด 18 ชั่วโมง ซึ่งเพียงพอสำหรับการใช้งาน  1 วัน  ปกติฟังเพลง 3-4 ชั่วโมงก็พักแล้ว นี้ชาร์จ 1 ครั้งใช้ได้นานถึง 9 ชั่วโมงเลย จากการใช้งานจริงยังไม่เคยใช้หมดเลยสักครั้งเพราะใช้งานได้  3-4  ชั่วโมงก็พักและกลับไปใส่ในเคสแล้ว  


หูฟังไร้สาย  SONY  WF-XB700



 - เสียง  เบส-กลาง-แหลมมาครบ  มีรายละเอียดและมีไดนามิคเรนที่ดี เวลาฟังเพลงที่ไม่ใช่แนวเบสจะมีเบสมาพอดีและเวลาฟังเพลงแนวเบส หูฟังตัวนี้จะแสดงเสียงเบสที่โดดเด่นและเบสลึกได้สมกับ  EXTRA เบส ให้อารมณ์เหมือนเราอยู่หน้าลำโพงดอกใหญ่ มีการสะเทือนและเต็มอิ่มในเสียงเบส ขณะเดียวกันเสียงกลางเสียงแหลมก็ถูกจูนให้เข้ากับเสียงเบสหนักได้พอดี  ถ้าชอบแนวเบสใช่เลยไม่ผิดหวังรู้สึกคุ้มที่ซื้อตัวนี้    ความเห็นส่วนตัวเมื่อเทียบกับหูฟังตัว TOP สุดของ Sony คือรุ่น  WF-1000XM3   ตัว TOP นี้จะให้เสียงที่ยอดเยี่ยมเสียงใสมากใสนิ้งๆรายละเอียดดีมากๆซึ่งเป็นเสียงทียอดเยี่ยมและมันเลยคำว่าหูฟังที่ดีไปแล้วเนื่องจากด้าน  Hardware และ Software มันสุด 100 %  ไปเลยเพราะมันปรับได้หลายแบบมากมันสุดทุกด้านก็ว่าได้   ขณะที่รุ่น SONY WF-XB700  EXTRA BASS  เป็นหูฟังที่มีเสียงดีแบบกลมกล่อม เบสหนัก กลาง แหลมก็มาพร้อมรายละเอียด 

หูฟังเสียงดี เล่าให้ฟังหลังใช้เอง หูฟัง SoundPeats Truengine 3 SE (NO รีวิว)

หูฟังยี่ห้อไหนดี เป็นคำถามที่มีหลายคำตอบ คำตอบต้องใช้งบประมาณมาพิจารณาด้วย  จากการซื้อหูฟังมา 10 กว่ารุ่นพบว่าราคามีผลต่อคุณภาพเสียงของหูฟัง   ด้วยความสงสัยว่าถ้ามีงบประมาณหลัก 1 พันกว่าๆ   จะมีหูฟังบลูทูธที่มีเสียงดีบ้างไหม  เนื่องจากเป็นงบประมาณที่คนส่วนมากสะดวกซื้อ และแล้ว  SoundPeats Truengine 3 SE  ก็เป็นคำตอบ  พิจารณาดูสเปครอบด้าน การสั่งงานเป็นระบบสัมผัส   การเชื่อมต่อง่ายและดี    มี Body ที่สวยงามเกินราคา    ข้างในเป็น   Dual Dyamic Driver  คือมี 2 ไดรเวอร์   ฟังครั้งแรกบอกได้เลยว่าแนวเสียงใช่แล้วเสียงดีเกินราคาและจำเป็นต้องเบิร์นไปสัก 2-3 เดือนฟังไปเรื่อยๆไม่ต้องรีบหรือนับชั่วโมง จากนั้นเสียงจะนิ่มและเข้าที่มากขึ้น    แนะนำสำหรับงบประมาณหลัก 1 พันควรพิจารณารุ่นนี้


หูฟัง  SoundPeats Truengine 3 SE

หูฟัง  SoundPeats Truengine 3 SE
                                                    หูฟัง  SoundPeats Truengine 3 SE


- แบตเตอรี่ชาร์จ 1 ครั้ง ฟังได้  5-6 ชั่วโมงขึ้นอยู่กับระดับความดังและชาร์จในเคสเพิ่มได้อีก  4 ครั้ง สเปคตามกล่องบอก Playtime  30 Hour  แสดงว่าโดยประมาณใช้ได้   6 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้ง จัดว่าแบตเตอรี่อึดเพียงพอต่อการใช้งาน 1 วัน

- ระดับการเกาะหูดี  ใส่ออกกำลังกายได้     ตามกล่องบอกว่า For  Urban Sports  ด้วย

- ขนาดเคสเล็กกำลังพอดีใส่กระเป๋าเสื้อได้

-  แนวเสียง รองรับ Codec  APTX   มีเสียงเบส เสียงกลาง  เสียงแหลมก็มา เสียงมีรายละเอียดเกินราคา เมื่อเทียบกับราคาที่จ่าย 1 พันกว่าๆ  พบว่าเสียงใกล้เคียงกับตัวราคาหลัก  2 พันเลยทีเดียว  ( แต่รายละเอียดก็คงไม่ดีเท่าตัว 2 พันนะ )  ถ้ามองส่วนอื่นๆประกอบด้วยเช่น สั่งงานระบบสัมผัส การเชื่อมต่อง่ายและดี   แบตอึด   การเกาะหูดี จึงสรุปได้ว่า หูฟัง  SoundPeats Truengine 3 SE  คุ้มค่าคุ้มราคา

เปรียบเทียบ หูฟัง MPOW M5 และ MPOW X5.1J หูฟังเสียงดี

ด้วยความสงสัยว่าหูฟังรุ่น  MPOW   X5.1J   จะมีเสียงแตกต่างจาก รุ่น MPOW  M5 อย่างไร ?  จึงเป็นเจ้าของหูฟังทั้ง 2 รุ่นซะเลย  สเปคข้างกล่องบอกว่า  MPOW   X5.1J  มีเสียงชัดและเสียงสะอาดกว่ารุ่น  MPOW M5 จากการใช้งานเอง มีความเห็นส่วนตัวว่า  MPOW  X5.1J    มีเสียงชัดและสะอาดกว่าจริง และโดดเด่นตรงเสียงร้องและเสียงดนตรีเป็นหลักมีรายละเอียดมากกว่า  ถ้าฟังเพลงแนวทั่วไปจะมีเบสกลางๆออกมา เมื่อใช้ฟังเพลงแนวเบสจริงๆก็มีเสียงเบสกระหึ่มเช่นกันซึ่งเพียงพอต่อการฟังว่ามีเบสแต่เบสจะไม่สะเทือนมากหรือกระหึ่มมากเหมือนกับรุ่น MPOW  M5  คิดว่า  MPOW  X5.1J  เขาจูนเพื่อให้ได้เสียงร้องและเสียงดนตรีชัดๆและเสียงสะอาดพร้อมกับบาลานซ์ให้เบสกระชับด้วย  รุ่น MPOW  X5.1J นี้ถ้าเปรียบเทียบเป็นนักร้องก็เป็นนักร้องเสียงดีมีเสียงชัดๆ   ส่วน   MPOW M5 เปรียบเทียบเป็นนักร้องก็เป็นนักร้องเสียงดีมีไพเราะเสนาะหูเสียงมีสัมผัส  โทนเสียงอุ่นๆ  พร้อมกับเบสที่กระหึ่มและเบสลึก ถ้าฟังเพลงแนวทั่วไปจะมีเสียงเบสออกมาเลย เมื่อใช้ฟังเพลงแนวเบสจริงๆก็มีเสียงเบสกระหึ่มขึ้นไปอีก  สำหรับคนที่ชอบแนวเบสก็จะบอกว่า MPOW  M5 เสียงดีกว่า  ส่วนคนที่ชอบเสียงร้องเสียงดนตรีชัดๆก็จะบอกว่า MPOW   X5.1J  เสียงดีกว่า  ดังนั้นรุ่นไหนเสียงดีจึงขึ้นอยู่กับแนวเสียงที่คุณชอบฟังบ่อยๆเป็นเกณฑ์ในการเลือก


                                                       หูฟัง   MPOW   X5.1J 

                                                          หูฟัง   MPOW   X5.1J 


                                                             หูฟัง     MPOW   X5.1J 

                                                       หูฟัง   MPOW   X5.1J 




                                                          หูฟัง  MPOW M5

                                                         หูฟัง  MPOW M5



เปรียบเทียบจุดอื่นๆ

- สายชาร์จ      MPOW X5.1J  สายชาร์จ Type C   ส่วน  MPOW M5  ใช้สายชาร์จ Micro USB

- ปุ่มควบคุม    MPOW X5.1J  สั่งงานระบบสัมผัส       ส่วน  MPOW M5   สั่งงานใช้ปุ่มกด

- ขนาดเคส     MPOW X5.1J  เล็กใส่กระเป๋าเสื้อได้สบายๆ    ส่วน  MPOW M5 ใส่กระเป๋าเสื้อได้แต่ตุงนิดๆ

- ขนาดหูฟัง   MPOW X5.1J  เล็กกว่าเกาะหูดีกว่า    ส่วน  MPOW M5 ใหญ่กว่าแต่ก็ยังเกาะหูดีและเบา

หูฟังเบสหนัก และ หูฟังเสียงดี MPOW M5 เล่าให้ฟังหลังใช้เอง (NO รีวิว)

หูฟัง Bluetooth  เบสแน่นของ MPOW ที่เสียงดีเกินราคาคือรุ่น   MPOW  M5  เป็นหูฟังยอดนิยมทั่วโลกเนื่องจากราคาไม่แพงอยู่ในช่วงราคากลางๆ    คนมีงบประมาณ 2 พันเป็นเจ้าของได้สบายๆ  แนวเสียงเบสกระหึ่มและเสียงโทนอุ่นๆ ถ้าให้เปรียบเทียบกับนักร้องคือคนที่ร้องเพลงไพเราะ เบส กลางแหลมมาครบ   มีความชัดระดับดี  ฟังสบายๆฟังได้นานๆ  จัดเป็นหูฟังงบจำกัดแต่ให้เสียงดีเกินราคาหลายคนก็มีความเห็นคล้ายกัน


หูฟังไร้สาย  MPOW  M5

หูฟังไร้สาย  MPOW  M5
                                             หูฟังเบสหนัก และ  เสียงดี  MPOW  M5

ซื้อหูฟังตัวนี้มาหลังจากดูรีวิวในไทยและต่างประเทศ ถึงแม้จะมีรุ่นใหม่ๆออกมาหลายๆคนก็ยังยกให้  MPOW  M5 เป็นหูฟังเสียงดีมีเบสกระหึ่ม รุ่นนี้มีข้อเสียอยู่บ้างคือปุ่มกดแข็งไปนิดแต่ก็ใช้งานได้และสายชาร์จเป็นแบบ   MICRO  USB  แต่ถ้าได้ฟังเสียงและราคาแล้วอาจจะมองข้ามข้อเสียเล็กน้อยนี้ไปได้ จากการทดลองฟังหูฟังหลายๆรุ่นในระดับราคาเดียวกัน บอกได้เลยว่า MPOW  M5   เสียงดีและแนะนำถ้างบมีประมาณ 2 พัน กำลังหาหูฟังไร้สายที่  หูฟังเสียงดีและเบสหนัก MPOW  M5  เป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ


- การเกาะหู  เกาะหูดี ไม่หลุดง่าย  รู้สึกสบายเมื่อใส่เพราะหูฟังมีน้ำหนักเบา

- การเชื่อมต่อ เชื่อมต่อดีและง่าย   ไม่หลุดง่าย หมดกังวลเรื่องการเชื่อมต่อ

- แบตเตอรี่  ใช้งานได้นานแบตอึดจริง ชาร์จ 1 ครั้งใช้ได้  6 ชั่วโมงและสามารถชาร์จในเคสได้อีก  36 ชั่วโมง  จากการใช้งานจริงๆใช้แค่ 3-4 ชั่วโมงก็พักหูแล้วดังนั้น  6 ชั่วโมงต่อการชาร์จ 1 ครั้งจึงถือว่าดีมากใช้งานได้ยาวนานๆเหลือๆใน 1  วัน

-  แนวเสียงตามกล่องบอก BASS AUDIO ลองใช้เบสกระหึ่มจริง กลางแหลมก็มาพอดีจัดว่าเสียงดี รวมๆโทนอุ่น  คล้ายๆกับแนวเสียงหูฟังราคาแพงยี่ห้อดัง เสียงดีเพียงพอสำหรับการฟังเพลงเมื่อเทียบกับระดับราคานี้เคยซื้อประมาณ   2 พัน


หูฟังไร้สาย  MPOW  M5


หูฟังไร้สาย  MPOW  M5


ก่อนเป็นเจ้าของแนะนำให้ดูวีวิวของต่างประเทศประกอบด้วยโดยเฉพาะที่ Amazon จะมีฝรั่งรีวิวไว้เยอะเลย เพื่อให้ได้ข้อมูลที่หลากหลายก่อนตัดสินใจ ว่าคนส่วนใหญ่มีความเห็นประการใด แต่โดยส่วนตัวถ้ามีงบระดับ 2 พัน แนะนำ  MPOW  M5  เสียงดีและเป็นหูฟังเน้นเบส 


ขนาดตัวเก็บประจุ SMD และ วิธีหาขนาดตัวเก็บประจุ SMD อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน

ตัวเก็บประจุ  คาปาวิเตอร์   ຕົວເກັບປະຈຸ
   ขนาดตัวเก็บประจุ SMD


ขนาดตัวประจุ SMD  ที่เราจะกล่าวถึงในที่นี้เป็นตัวเก็บประจุุชนิดเซรามิค เพราะถ้าเป็นขนาดของตัวประจุ SMD ชนิดแทนทาลัม  จะมีวิธีการระบุขนาด Case Size อีกแบบและแตกต่างกัน      จะใช้ตารางขนาดตัวประจุ SMD ชนิดเซรามิคของ  Yageo  เป็นตัวอย่าง  สำหรับผู้ผลิตรายอื่นถ้าใช้ Case Size  เหมือนกันขนาดก็จะเท่ากัน อาจจะแตกต่างกันในระดับทศนิยม    ± mm


ขนาดตัวเก็บประจุ SMD ชนิดเซรามิค

รูปตัวต้านทาน SMD ขนาดตัวต้านทาน SMD และ วิธีหาขนาดตัวต้านทาน SMD

ตัวต้านทาน   SMD   Resistor
    SMD Resistor


ตัวต้านทาน SMD เรียกอีกชื่อว่า Chip Resistor  ที่ตัวต้านทานจะมีรหัสตัวเลขบอกค่าความต้านทาน แต่ไม่มีขนาดระบุไว้   จะทราบขนาดตัวต้านทานต้องใช้การวัดขนาดแล้วเทียบในตารางของผู้ผลิต
ขนาดตัวตานทาน SMD จะมีมาตรฐานควบคุมดังนั้นผู้ผลิตแต่ละรายถ้าใช้ชื่อ Case Size เหมือนกัน ขนาดตัวต้านทานก็จะเท่ากัน  อาจจะแตกต่างกันระดับทศนิยม 2 หลัก  เช่น ±0.02   , ±0.10
จะใช้ตารางของ  Yageo  ซึ่งเป็นผู้ผลิตตัวต้านทานชั้นนำของโลกเป็นตัวอย่าง


(ชนิดของตัวต้านทานให้กดดูที่หมวดหมู่ตัวต้านทาน ปุ่มอยู่ตรงด้านข้างจะมีรูปเป็นจำนวนมากให้ดู)



ขนาดตัวต้านทาน  SMD


ตาราง  ขนาดตัวต้านทาน SMD
                                                                     ขนาดตัวต้านทาน SMD


วิธีหาขนาดตัวต้านทาน  SMD
จากรูปด้านล่างเป็นตัวต้านทานไม่ทราบขนาด ทำการวัดขนาดความยาวได้  2.8mm

ตัวต้านทาน โครงข่ายและอาร์เรย์ ( Resistor Networks and Arrays )

ตัวต้านทาน   Resistor   ຕົວຕ້ານທານ



ตัวต้านทานโครงข่ายและอาร์เรย์เป็นชุดของตัวต้านทานคือข้างในมีตัวต้านทานหลายตัวอาจมี  2 , 3 , 4 ,5 ,  6  ,7 ,8 ,  9 , 10 ตัว หรือมากกว่า เป็นต้น ตัวต้านทานข้างในเหล่านี้วางเรียงกันอย่างเป็นระเบียบ
อาจเชื่อมต่อกันเป็นวงจรตัวต้านทานตามแบบที่ต้องการ   ถ้าเชื่อมต่อกันเรียก  Bussed  Circuit    ถ้าตัวทานไม่เชื่อมต่อกันเรียกว่า  Isolated  Circuit  วงจรข้างในมีหลายแบบขึ้นอยู่กับรุ่นของตัวต้านทานจะเป็นตัวกำหนดสเปค   สิ่งที่ต้องพิจารณาคือมีจำนวนตัวต้านทานข้างในกี่ตัว     ตำเหน่งขาของตัวตัวต้านทาน    ลักษณะวงจรข้างในของตัวต้านทาน   ขนาดความกว้างความยาวของตัวต้านทาน  ถ้าสเปคไม่เหมือนกันก็ใช้แทนกันไม่ได้     เนื่องจากเป็นชุดตัวต้านทานสำเร็จรูปทำให้สะดวกในการนำไปใช้งานหรือออกแบบวงจร  ตัวต้านทานข้างในมีหลายตัวขณะที่ใช้พื้นที่น้อยทำให้ประหยัดพื้นที่บนแผงวงจร PCB     รูปร่างของตัวต้านทานมีทั้งแบบ SMD ซึ่งระบุรหัสค่าความต้านทานแบบตัวต้านทาน SMD       แบบมีขาสองข้างเหมือน IC หรือ DIP    แบบขาเรียง 1 แถวหรือ SIP ( Single inline package )   ถ้าตัวต้านทานมีขนาดใหญ่จะบุชื่อรุ่นและผู้ผลิตไว้ที่ตัวต้านทานเลยทำให้่ง่ายในการหารุ่นทดแทน  ตัวทานชนิดนี้นิยมใช้งานในวงจรอิเล็กทรอนิกส์    เช่น  Voltage Divider , Signal conditioning ,  R/2R Ladder Network ,   Data communication  , Networking , Pull-up/Pull-Down Logic gate , portable test equipment   เป็นต้น ลองสังเกตรูปร่างของตัวต้านทานและลักษณะวงจรข้างในตามด้านล่าง  


(ชนิดของตัวต้านทานให้กดดูที่หมวดหมู่ตัวต้านทาน ปุ่มอยู่ตรงด้านข้างจะมีรูปเป็นจำนวนมากให้ดู)


ตัวต้านทานโครงข่ายชนิด   Isolated  Circuit
ไม่ได้เชื่อมต่อถึงกันหรือแยกกัน

ตัวต้านทานโครงข่ายชนิด   Bussed  Circuit
( เชื่อมต่อถึงกัน)


วงจรภายในของตัวต้านทานโครงข่ายมีหลายแบบต้องดูจาก Datasheet ผู้ผลิต
ยกตัวอย่างมาให้ดู 1 แบบ

ตัวต้านทานโครงข่ายแบบ SMD

ตัวต้านทาน
                                             ตัวต้านทานโครงข่ายแบบ SMD



รูปตัวต้านทานชนิดฟิล์มออกไซด์ของโลหะ ( Metal Oxide Film Resistor ) ตัวต้านทานทนความร้อน

ตัวต้านทานทนความร้อน    ตัวต้านทาน  ชนิดฟิล์มออกไซด์ของโลหะ  Metal Oxide Film Resistor



ตัวต้านทานชนิดฟิล์มออกไซด์ของโลหะผลิตจากฟิล์มออกไซด์ของโลหะทำเป็นเกลียวฝากไว้บนแกนเซรามิค ด้านนอกหุ้มปิดและมีรหัสสีบอกค่าความต้านทานและค่าความคลาดเคลื่อน  ตรงปลายมีฝาเอาไว้ต่อกับขาตัวนำออกไปใช้งาน   ตัวต้านทานชนิดนี้มีความเสถียรสูงและเสถียรในระยะยาว  ( Long  term Stability and High stability  )   มีคุณสมบัติที่เชื่อถือได้ในระยะยาว ( High Reliability )  ย่านความต้านทานที่ผลิตได้มีตั้งแต่ค่าน้อยกว่า 1 โอห์มจนถึงค่า Mega โอห์ม  ขนาดวัตต์ตั้งแต่  1/4W  จนถึง  5W   มีค่าสัมประสิทธิ์อุณหภูมิต่ำ  ( Low  temperature coefficient )     ค่าความคลาดเคลื่อน  ±1%   ±2%   ±5%  ±10% ตัวต้านทานชนิดฟิล์มออกไซด์ของโลหะบางรุ่นมีการพัฒนาปรับปรุงสเปคให้มีคุณสมบัติพิเศษดีกว่ารุ่นมาตรฐาน ( Special Purpose )  เช่น  ทนแรงดันสูงได้และมีคุณสมบัติค่าสัมประสิทธ์แรงดันต่ำ  ( Low voltage coefficient) สเปคพิเศษมีค่าความต้านทานที่ผลิตได้ตั้งแต่ค่าโอห์มต่ำจนถึง Giga โอห์ม 

ตัวต้านทานชนิดฟิล์มโลหะ ( Metal Film Resistor) ตัวต้านทานคงที่ ค่าคงที่


ตัวต้านทาน    ฟิล์มโลหะ   Metal  Film  Resistor


ชนิดของตัวต้านทานให้กดดูที่หมวดหมู่ตัวต้านทาน ปุ่มอยู่ตรงด้านข้างจะมีรูปเป็นจำนวนมากให้ดู
ตัวต้านทานชนิดฟิล์มโลหะผลิตจากฟิล์มโลหะ (Metal Alloy Film )ฝากไว้บนแกนเซรามิค ฟิล์มถูกตัดเป็นเกลียวรอบแกนเซรามิค    รูปด้านล่างแสดงโครงสร้างข้างในตัวต้านทานชนิดฟิล์มโลหะ    ตรงปลายสองข้างมีฝาและ ขาตัวนำต่อออกใช้งาน ด้านนอกสุดเคลือบด้วยแลคเกอร์สีน้ำเงินอ่อน ( Light-Blue ) บางครั้งอาจเป็นสีฟ้า  มีค่าความต้านทานให้เลือกใช้งาน ( Resistance Range )  1 ohm จนถึงค่า Mega ohm  มีวัตต์ให้เลือกใช้งาน  1/8W  1/4W  1/2W    1W  2W    3W  4W    ตัวต้านทานชนิดฟิล์มโลหะมีค่าสัมประสิทธิ์อุณหภูมิต่ำจึงมีสเปคที่ดี ( ค่ายิ่งต่ำยิ่งดี)  ค่าความคลาดเคลื่อนมีหลายสเปคให้เลือกคือ   ±0.5%  ±1% ±2%  ±5%   ยิ่งค่าความคลาดเคลื่อนต่ำจะมีราคาแพงขึ้น   ตัวต้านทานชนิดฟิล์มโลหะมีความเสถึยรดีกว่าตัวต้านทานชนิดคาร์บอนอย่างมาก

ตัวเก็บประจุชนิดฟิล์ม ( Film Capacitor ) คาปาซิเตอร์ ชนิดฟิล์ม อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น



ตัวเก็บประจุ  ຕົວເກັບປະຈຸ
ตัวเก็บประจุ   ชนิดฟิล์ม 


ตัวเก็บประจุ   คาปาซิเตอร์
                                                 ตัวเก็บประจุ   คาปาซิเตอร์  ชนิดต่างๆ
ตัวเก็บประจุชนิดฟิล์ม บางครั้งเรียกว่าตัวเก็บประจุชนิดฟิล์มพลาสติก  (plastic film capacitor )  ใช้ฟิล์มพลาสติกบาง (dielectric film)ทำหน้าที่เป็นฉนวนไดอิเล็กตริกขั้นกลางระหว่างตัวนำของตัวเก็บประจุ   ม้วนเป็นรูปทรงกระบอก มีขาตัวนำต่อออกใช้งาน จากนั้นขึ้นรูปเป็นโครง    ตัวเก็บประจุชนิดฟิล์มมีหลายชนิดย่อยโดยแบ่งตามชนิดของวัสดุที่ใช้ทำฉนวนข้างใน (Dielectric) แต่เรียกชื่อรวมๆว่าตัวเก็บประจุชนิดฟิล์ม   มีชื่อนำหน้าด้วยคำว่า  “ โพลี “ ( poly)   ตัวอย่างชื่อ  เช่น   เมตัลไลซ์โพลีโพรไพลีน   เมตัลไลซ์โพลีเอสเตอร์    โพลีโพรไพลีน   PP (Polypropylene)  โพลีสไตรีน   (Polystyrene )  โพลีเอสเตอร์   ( Polyester, PET film)  เนื่องจากใช้ฟิล์มพลาสติกทำให้สามารถผลิตให้เที่ยงตรง มีการสูญเสียต่ำ  คุณสมบัติเสถียรตลอดอายุการใช้งานและอัตราการเสียน้อย ราคาถูกลง  ตัวเก็บประจุชนิดฟิล์มจะไม่มีขั้วและนิยมใช้กับวงจรไฟ AC อย่างมาก  เช่น  วงจรระบบแสงสว่าง  วงจรมอเตอร์ ( Motor Start และ Motor Run )  วงจรแก้พาวเวอร์เฟคเตอร์  วงจรพาวเวอร์ซัพพลาย  วงจรกรองสัญญาณรบกวนออกจากไฟ AC ( EMI Suppression )  วงจรพาวเวอร์อิเล็กทรอนิกส์   วงจรสนับเบอร์ ( Snubber Circuit)  วงจร DC-DC คอนเวอร์เตอร์  วงจรครอสโอเวอร์เน็ตเวิร์คในระบบเสียง  วงจรฟิลเตอร์  และอื่นๆอีกมาก   ตัวเก็บประจุชนิดฟิล์มแบบเสถียรมากและสูญเสียน้อยจะมีราคาแพงกว่าแบบเสถียรปานกลาง(ซึ่งจะราคาถูกลง) คือมีหลายเกรด

สามารถแบ่งเป็น 2 ชนิดใหญ่ๆโดยแบ่งตามโครงสร้างข้างในที่ใช้ทำฉนวน

1) ตัวเก็บประจุแบบฟิล์ม (Film/foil capacitor)  ใช้ฟิล์มพลาสติก  2 แผ่นทำหน้าที่เป็นฉนวน  และใช้ฟอยด์โลหะทำหน้าที่เป็นอิเล็กโทรดทำให้ง่ายในการเชื่อมต่อทางไฟฟ้ากับขั้วอิเล็กโทรด ประโยชน์ที่ได้คือตัวเก็บประจุแบบนี้ทนกระแสเสิร์จได้สูง
2)   ตัวเก็บประจุแบบฟิล์มเมตัลไลซ์  (Metallized film capacitor)  ใช้ฟิล์มเมตัลไลซ์กับพลาสติกฟิล์ม

ตัวเก็บประจุชนิดไมก้า คาปาซิเตอร์ชนิด ไมก้า Mica Capacitor


ตัวเก็บประจุ  คาปาซิเตอร์   ຕົວເກັບປະຈຸ


ตัวเก็บประจุชนิดไมก้ามีฉนวนไดอิเล็กทริคทำจากไมก้า  ไมก้าเป็นกลุ่มแร่ธรรมชาติและแร่ไมก้ามีคุณสมบัติทางไฟฟ้า เคมี และทางกลที่เสถียร   เนื่องจากโครงสร้างผลึกคริสตอลที่มีลักษณะเฉพาะเรียงเป็นชั้นจึงสามารถทำให้เป็นแผ่นบางๆได้พร้อมทั้งได้คุณสมบัติทางไฟฟ้าที่ดีขึ้น ทนอุณหภูมิได้สูง ไมก้าไม่ทำปฏิกิริยากับกรดส่วนใหญ่  น้ำ น้ำมันและสารละลาย ตัวเก็บประจุชนิดไมก้าที่ผลิตใช้งานอยูในปัจจุบันเรียกว่า   Silver Mica

ตัวเก็บประจุ ชนิดไมล่าร์ คาปาซิเตอร์ ชนิดไมล่าร์ Mylar Capacitor อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น


ตัวเก็บประจุ  คาปาซิเตอร์   Capacitor


ตัวเก็บประจุชนิดไมล่าร์  มีชื่อเรียกอีกชื่อว่า ตัวเก็บประจุชนิดฟิล์มโพลีเอสเตอร์  ( Polyester Film  capacitor , (PET))  เป็นตัวเก็บประจุไม่มีขั้วเช่นเดียวกับตัวเก็บประจุชนิดเซรามิค   ข้างนอกหุ้มปิดด้วยอีพ๊อกซี่แข็งซึ่งช่วยทำให้ทนความร้อนได้ดีมากอาจทนความร้อนได้ถึง 125°C   พร้อมทั้งกันความชื้นและป้องกันตัวเก็บประจุจากสิ่งแวดล้อมภายนอกด้วย     มันมีคุณสมบัติที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะเมื่อเปรียบเทียบกับตัวเก็บประจุชนิดเซรามิคและอิเล็กโทรไลต์คือทนแรงดันได้สูงขณะที่มีขนาดเล็กทำให้ตัวเก็บประจุมีน้ำหนักน้อย  คุณสมบัติที่สำคัญอีกข้อคือมีค่า ESR ต่ำ ( Equivalent series resistance ) ทำให้สามารถใช้งานกับวงจรความถี่สูงได้    ค่าความต้านทาน ESR ต่ำหมายถึงมีการสูญเสียต่ำ

โซลิดสเตต รีเลย์ 3 แบบที่นิยมใช้งาน ( Solid State Relay )


รีเลย์  SSR  Relay   Solid  State Relay

มารู้จัก  โซลิดสเตตรีเลย์ 3 แบบที่นิยมใช้งาน  รวมถึงโซลิดสเตตรีเลย์แบบมอดูลที่ทนกระแสได้สูง  และแบบ  3  เฟสสำหรับงานไฟ  3  เฟส       โซลิดสเตตรีเลย์ใช้ทำโปรเจคได้หลายอย่างเลือกใช้งานได้ตามด้านล่างนี้  งานไฟ DC   งานไฟ AC  งานแอมป์สูง และ  งานไฟ 3 เฟส


โซลิดสเตตรีเลย์ 3 แบบที่นิยมใช้งานมีดังนี้

เปรียบเทียบวัตต์ของ หลอดประหยัดไฟ กับ หลอดไส้

เปรียบเทียบวัตต์ของ หลอดประหยัดไฟ กับ หลอดไส้   ໄຟຟ້າ
                                   หลอดประหยัดไฟ กับ หลอดไส้


ปัจจุบันหลอดประหยัดไฟได้รับความนิยมเนื่องจากราคาไม่แพงแล้ว  มีการผลิตออกสู่ตลาดจำนวนมากราคาจึงถูกลง  เรื่องน่ารู้สำหรับหลอดไฟมีดังนี้


กำลังวัตต์ที่ใช้เพื่อให้ได้แสงสว่างที่เท่ากัน
หลอดประหยัดไฟ        =      หลอดไส้กี่หลอด      ?

เรื่องน่ารู้ วิธีต่อ หลอดไฟไล่ยุง ไล่แมลง ป้องกันไข้เลือดออก


วิธีต่อ หลอดไฟไล่ยุง ไล่แมลง ป้องกันไข้เลือดออก
null
หลอดไฟกันยุง  เราแนะนำให้ใช้เพราะเป็นวิธีการไล่ยุงที่ไม่ทำร้ายสัตว์เป็นเพียงการไล่ให้ยุงหนี   ช่วยป้องกันโรคไข้เลือดออก และป้องกันไม่ให้ยุงกัดสัตว์เลีั้ยงเป็นการดูแลสุขภาพของสัตว์  หลอดกลมมีขนาดกะทัดรัดติดตั้งง่าย  จากการสำรวจตลาดพบขนาดวัตต์ที่มีจำหน่าย  5W   8W  10W  และ  15W
ราคาอยู่ในช่วง 200-300 บาท  เกลียวของหลอดไฟเป็น E27  ถ้ามีขั้วหลอด E27 อยู่แล้วก็สามารถหมุนติดตั้งเพื่อต่อใช้งานได้เลย  จะซื้อขั้วหลอดเกลี่ยว E27 เพิ่มก็มีขาย มีความยาวสายหลายแบบให้เลือก
กรณีความยาวสายยาวไม่พอก็สามารถซื้อสายที่เป็นม้วนยาวๆต่อเองได้

เรื่องน่ารู้ หางปลากลม หางปลาแฉก หางปลาเสียบ ใช้ต่อสายไฟ

หางปลากลม   หางปลาแฉก หางปลาเสียบ  ใช้ต่อสายไฟ

อุปกรณ์ที่ใช้ในการต่อสายไฟได้แก่ หางปลา  คอนเนกเตอร์ และ ท่อหด  หางปลานิยมใช้ในงานเชื่อมต่อสายไฟงานไฟฟ้า  งานอิเล็กทรอนิกส์ก็มีใช้    รีเลย์  สวิตช์ที่มีกระแสไฟหลายแอมป์ใช้หางปลาเชื่อมต่อสายไฟเป็นทางเลือกที่ดี  เพราะหางปลาให้การเชื่อมต่อที่แน่นและปลอดภัยเพียงพอ และสะดวกในการใช้งานเนื่องจากมีหลายแบบและขนาดต่างๆให้เลือกใช้   ช่างมืออาชีพควรมีหางปลาไว้ประจำร้าน  เมื่อต้องการใช้ก็หยิบมาใช้ได้ทันที่ ที่สำคัญหางปลาราคาไม่แพง มีขายเป็นถุง

ประเด็นที่ต้องพิจารณาเพิ่มในการใช้หางปลามีดังนี้

เรื่องน่ารู้ สีของหลอดไฟ แบบต่างๆ Warm White Day Light Cool White สีขาวนวล

สีของหลอดไฟ แบบต่างๆ   Warm White  Day Light   Cool White   สีขาวนวล   ໄຟຟ້າ

หลอดไฟในบ้านเสียและเวลาไปซื้อหลอดไฟจะมีสีต่างๆให้เลือก    บางคนก็เลือกไม่ถูก   เราได้ซื้อหลอดไฟ  4  สีมาลองต่อให้ดูเพื่อเป็นตัวอย่าง  ดูภาพจะช่วยให้เข้าใจมากขึ้น   เพราะเวลาอ่านข้อความถ้าไม่มีภาพประกอบบางครั้งก็ไม่เห็นภาพอยู่ดี    ดูรูปตามด้านล่างประกอบจะช่วยให้ไม่ซื้อหลอดไฟผิดสี
คำศัพท์สีของหลอดไฟที่พบบ่อยมีดังนี้

เรื่องน่ารู้ สเปค เทอร์โมฟิวส์ พัดลม กระติกน้ำร้อน (Thermal Fuse)

เทอร์โมฟิวส์



เทอร์โมฟิวส์ใช้ป้องกันไฟไหม้จากความร้อนเกินที่เกิดจากอุปกรณ์ไฟฟ้า     เทอร์โมฟิวส์ถูกนำใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้านหลายอย่าง    เช่น   พัดลม   หม้อหุงข้าวไฟฟ้า   กระติกน้ำร้อน     ฮีทเตอร์ไฟฟ้า  กระทะ  เตารีด  ไดร์เป่าผม  เครื่องปรับอากาศ   ตู้เย็น  เตาปิ้ง  เครื่องชงกาแฟ  เครืองชาร์จแบตเตอรี่ และ   อื่นๆ   ภาษาไทยเรียก  เทอร์โมฟิวส์  ส่วนภาษาอังกฤษใช้คำว่า  Thermal Cutoffs  ใช้คำย่อว่า TCO     เทอร์โมฟิวส์เป็นอุปกรณ์ที่ใช้ได้ครั้งเดียวคือถ้ามันทำงานแล้วไม่สามารถนำกลับมาใช้งานใหม่     แล้วมันแตกต่างจากฟิวส์อย่างไร  ?      ฟิวส์ที่เรารู้จักและคุ้นเคยกันมีชื่อเต็มว่า Current Fuse  ระบุสเปคเป็นแอมป์   เช่น 1A  5A  10A  เป็นต้น ฟิวส์แบบนี้จะทำงานเมื่อเกิดกระแสเกินในวงจรและมีกระแสไหลมากเกินพิกัดของฟิวส์และชิ้นส่วนฟิวส์ข้างในก็จะหลอมละลายเพื่อตัดวงจรหรือเปิดวงจรไฟฟ้า ( กระแสเกินเกิดจากโอเวอร์โหลดและกระแสลัดวงจร)    ส่วนเทอร์โมฟิวส์จะทำงานหรือตัดวงจรเมื่อมีอุณหภูมิแวดล้อมเพิ่มสูงถึงอุณหภูมิทำงานของเทอร์โมฟิวส์ ( Rated Functioning Temperature )

เครื่อง วัดตัวเก็บประจุ วัดตัวต้านทาน วัดตัวเหนี่ยวนำ และอื่นๆ พิสูจน์ความสามารถเครื่องราคาถูกนี้

วัดตัวเก็บประจุ  วัดตัวต้านทาน วัดตัวเหนี่ยวนำ และอื่นๆ


กำลังมองหา RLC มิเตอร์แต่ไปเจอเครื่องตรวจเช็คอุปกรณ์ตัวนี้ด้วย   คุณสมบัติเครื่องบอกว่าสามารถวัด    R   L   C   Diode     Zener  Diode   Transistor  Mosfet    Fet  SCR  Triac  จะเห็นว่าค่อนข้างครอบคลุมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ที่เราเจอในงานซ่อมเลยที่เดียว   เป็น Item ที่ช่างต้องมี  เห็นราคากับความสามารถที่บอกไว้  ตอนแรกคิดว่าจริงหรือ   ?    นั้นเป็นเพียงความคิดเห็น   เลยมาวัดเทียบพิสูจน์กับเครื่องมือวัดราคาหลายพันและพิสูจน์กับอุปกรณ์ที่เรารู้ชนิดรู้เบอร์รู้ตำเหน่งขาแน่ๆ

1.  ทดลองวัดตัวต้านทานค่า 100 ohm  ชนิดเมตัลฟิล์ม
     ค่าที่วัดได้ถือว่า OK  เมื่อเทียบกับ RLC มิเตอร์

วัดตัวต้านทาน

วัดตัวต้านทาน



2.  ทดลองวัดตัวต้านทานค่า 100 ohm  ชนิดคาร์บอนฟิล์ม
    ค่าที่วัดได้ถือว่า OK  เมื่อเทียบกับ RLC มิเตอร์

ผ่า ตัวเก็บประจุ รูปจริง แผ่นเพลต และ ไดอิเล็กตริกของตัวเก็บประจุ อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น

คาปาซิเตอร์   ตัวเก็บประจุ    Capacitor
คาปาซิเตอร์   ตัวเก็บประจุ    Capacitor


คนที่เคยเรียนสาขาไฟฟ้า อิเล็กทรอนิกส์  และ ฟิสิกส์จะได้เรียนเรื่องประจุไฟฟ้าและตัวเก็บประจุ โครงสร้างพื้นฐานของตัวเก็บประจุมี 2 แผ่นเพลตและตรงกลางคั่นด้วยไดอิเล็กตริก เพื่อให้เห็นภาพและเข้าใจเรื่องตัวเก็บประจุได้มากขึ้น  จะนำรูปแผ่นเพลตและไดอิเล็กตริกของตัวเก็บประจุชนิดอิเล็กทรอไลต์ของจริงมาให้ดูเป็นตัวอย่าง  ข้างนอกหุ้มด้วย  PCV  ที่ใช้พิมพ์ค่าความจุและแรงดัน   แกะปลอก PVC ออกจะพบปลอกอะลูมิเนียมรูปทรงกระบอก  มีจุกยางเพื่อกันชิ้นส่วนข้างในเคลื่อน ตรงบริเวณจุกยางจะมีขนาดเล็กกว่าจุดอื่นๆเป็นการล๊อคชิ้นส่วนของให้ไม่ได้เคลื่อนได้

การอ่านค่าตัวเหนี่ยวนำ 5 แถบสี การอ่านค่า L ตอนที่ 3 อิเล็กทรอนิกส์พื้นฐาน

ตัวเหนี่ยวนำ อ่านค่าตัวเหนี่ยวนำ  Inductor reading


 L    5  แถบสี   เป็น  L  ที่มีรหัสสีตามมาตรฐาน   MIL-STD Color Code  แถบสีแรกจะเป็นสีเงินและมีขนาดความกว้างของแถบกว้างเป็น 2 เท่าของแถบสีอื่นๆ   แถบสีแรกนี้เป็นตัวบอกว่าเป็น L ตาม  มาตรฐาน   MIL-STD ไม่ได้นำมาใช้คำนวณค่าของ L    แถบสีที่เป็นรหัสค่าของ L เป็น 4 แถบสีที่เหลือ
วิธีการอ่านค่าก็จะเหมือนกับการอ่านค่า L แบบ  4 แถบสีคือ   แถบสีที่ 2  และแถบสีที่ 3 เป็นตัวตั้ง   แถบสีที่ 4     เป็นตัวคูณ   แถบสีที่ 5  เป็น % คาดเคลื่อน

        
ตัวเหนี่ยวนำ อ่านค่าตัวเหนี่ยวนำ  Inductor reading
               แถบสีแรกจะเป็นสีเงินและมีขนาดความกว้างของแถบกว้างเป็น 2 เท่าของแถบสีอื่นๆ 

           
ตัวเหนี่ยวนำ อ่านค่าตัวเหนี่ยวนำ  Inductor reading







ตัวอย่าง 

การวัดวาริสเตอร์ ( Varistor ) อิเล็กทรอนิกส์เบื้องต้น  

           วัดวาริสเตอร์

วาริสเตอร์ทำงานเหมือนตัวต้านทานที่มีค่าความต้านปรับค่าตามแรงดัน    ดูสัญลักษณ์วาริสเตอร์ด้านล่าง   ทีแรงดันน้อยกว่าค่าวาริสโวลเตจ  วาริสเตอร์จะมีค่าความต้านทานสูงมากมากเกือบเป็น Infinity หรือวัดด้วยมิเตอร์ไม่ขึ้น  เมื่อมีแรงดันสูงยอดแหลมที่เกิดจากฟ้าผ่าหรือแรงดันกระชากซึ่งมากกว่าค่าวาริสโวลเตจ วาริสเตอร์จะมีค่าความต้านทานต่ำมาก  จากค่าความต้านทานที่ต่ำมากนั้นมันจะดึงกระแสลงกราวด์ทำให้อุปกรณ์ป้องกันวงจรตัวอื่นๆทำงาน เช่น   ฟิวส์ขาด  ถ้ามีกระแสสูงมากเกินกว่าที่วาริสเตอร์รับได้มันจะระเบิด

วาริสเตอร์     Varistor


วาริสเตอร์ปกติจะมีค่าความต้านสูงมากมากวัดไม่ขึ้น  การวัดใช้ย่านวัดตัวต้านทานย่านสูงๆ
และย่านวัดต่ำเพื่อดูว่ามันชอร์ตไหม
                                  
วัดวาริสเตอร์
                                                     การวัดวาริสเตอร์ ถ้าดีจะวัดไม่ขึ้นเลย


ค่าตัวต้านทานและแถบสีตัวต้านทาน อ่านค่าตัวต้านทานให้เร็วขึ้น 1 step อ่านค่า R 4 แถบสี วัดตัวต้านทานพิสูจน์


อ่านค่าตัวต้านทาน  4  แถบสี
ค่าตัวต้านทานและแถบสีตัวต้านทาน 4  แถบสี พร้อมเฉลยค่า
เป็นที่ทราบแล้วว่า  แถบสีที่ 1 และ แถบสีที่ 2 เป็นตัวเลขตัวตั้ง  แถบสีที่ 3 เป็นตัวคูณ  ส่วนแถบสีที่ 4 เป็น % ค่าความคาดเคลื่อน  ดูที่ช่องตัวคูณและสังเกตค่าในตาราง  ถ้า น้ำตาลเท่ากับคูณด้วย  x10
แดงเท่ากับคูณด้วย  x100   ส้มคูณด้วย  x1000  ซึ่ง 1000 ก็เท่ากับ 1K  นั้นเอง  เวลาอ่านค่า  R ที่มีรหัสสีที่ 3 เป็นสีส้มก็ให้อ่านค่าออกมาเป็น K Ohm ได้เลย   ตัวคูณอื่นๆที่ค่ามากขึ้นก็ให้คิดเหมือนกัน
เช่น ถ้าเจอตัวคูณเป็นสีน้ำเงินก็ให้อ่านค่าออกมาเป็น Mega Ohm ได้เลย ด้วยวิธีการนี้จะทำให้อ่านค่า R ออกมาได้อย่างรวดเร็วขึ้น



อ่านค่าตัวต้านทาน  4  แถบสี

ตาราง  อ่านค่าตัวต้านทาน  4  แถบสี
                                                   ค่าสีตัวต้านทาน ใช้   อ่านค่าตัวต้านทาน



ฝึกอ่านค่า R จากตัวอย่างรูปจริงพร้อมวัดพิสูจน์


ตัวอย่างที่  1